บันทึกสายพันธุ์
Blue Dream: ชื่อที่กลายเป็นตัวตั้งต้น
ชื่อที่ขายได้มากที่สุดในแคลิฟอร์เนียช่วงทศวรรษ 2010 ตอนนี้ปรากฏบนฉลากในเมืองที่ต้นของมันไม่เคยขึ้น ผู้ซื้อในไทยจะเจอชื่อนี้ถูกหยิบมาเสนอก่อนบ่อยกว่าชื่ออื่น รู้เหตุผลที่มันถูกหยิบไว้ก่อน จะตัดสินใจได้เร็วขึ้น
สรุปย่อ
- ประเภท
- ลูกผสมที่เอียงไปทางซาติวา
- เกิดที่
- แคลิฟอร์เนียเหนือ กลางทศวรรษ 2000
- สายเลือดตามที่มักอ้าง
- Blueberry ผสมกับสายเฮซ
- กลิ่น
- ชั้นบนเป็นบลูเบอร์รีหวาน ใต้ลงไปเป็นโครงสว่างและแห้งแบบไม้หอม
- ลักษณะ
- ช่อยาวโปร่งสีเขียวอ่อน เกสรสีส้มเห็นชัด
- เหตุที่แพร่หลาย
- ให้ผลผลิตดี ปลูกง่าย และคนส่วนใหญ่ไม่ปฏิเสธ
ก่อนจะเป็นเรื่องกลิ่น มันเป็นเรื่องการปลูก
ครึ่งหนึ่งของเหตุผลที่ชื่อนี้แพร่หลายไม่ได้อยู่ที่กลิ่น แต่อยู่ที่เงื่อนไขการปลูก ให้ผลผลิตดี ให้อภัยคนปลูกที่ยังไม่ชำนาญ และคนส่วนใหญ่ดมแล้วบอกว่าใช้ได้ นี่คือคุณสมบัติที่ร้านต้องการจากตัวตั้งต้นพอดี สายเลือดที่มักถูกอ้างคือ Blueberry สายเก่าที่หวานและสีเข้ม ผสมกับสายเฮซของยุค 1990
ต้นที่ทำให้คนหมู่มากพอใจ กับต้นที่ทำให้ใครสักคนจดจำ เป็นคนละเรื่องกัน Blue Dream เอียงไปทางแรกอย่างชัดเจน และนั่นไม่ใช่ข้อเสีย แต่คือการออกแบบ พูดกลับกันคือ ชื่อที่ถูกแนะนำบ่อยไม่ควรถูกอ่านว่าเป็นชื่อที่เหนือกว่า
เวลาชื่อนี้ถูกยกขึ้นมาเสนอ เหตุผลมีสองแบบ คือเข้ากับแนวของเคาน์เตอร์นั้นจริง หรือเพราะเป็นชื่อที่พูดแล้วอีกฝ่ายเข้าใจ แยกสองแบบนี้ด้วยคำถามเดียวก็พอ ใครปลูกและปลูกที่ไหน
สายเฮซกับพันธุ์พื้นเมืองเขตศูนย์สูตร
ครึ่งล่างของกลิ่นมาจากฝั่งเฮซ ซึ่งเป็นตระกูลที่คนมักสืบสาวย้อนไปถึงพันธุ์พื้นเมืองในเขตศูนย์สูตร รวมถึงวัสดุพันธุกรรมจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นี่เป็นคำอธิบายตามที่เล่าต่อกันมา ไม่ใช่เอกสารที่มีการรับรอง จึงควรอ่านเป็นที่มาโดยประมาณเท่านั้น
สำหรับผู้อ่านชาวไทย ข้อนี้มีน้ำหนักอยู่บ้าง เพราะแปลว่าชื่อการค้าตะวันตกที่วางอยู่บนชั้นวันนี้ ไม่ได้แยกขาดจากพันธุ์เขตร้อนอย่างที่ฉลากทำให้รู้สึก สิ่งที่เปลี่ยนไปคือใครเป็นคนตั้งชื่อและใครเป็นคนคัดเลือกต่อ
สิ่งที่ข้อนี้ไม่ได้แปลว่า คือมันไม่ได้แปลว่าโหลตรงหน้าเกี่ยวข้องกับพันธุ์ไทยแต่อย่างใด สายเลือดที่ห่างไปหลายสิบรุ่นไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับสิ่งที่อยู่ในโหลนี้ คำถามเรื่องแหล่งปลูกยังเป็นคำถามที่ให้คำตอบใช้ได้มากกว่า
ความหวานหายไปก่อนเพื่อน
จุดเด่นคือชั้นบนที่อ่านได้เป็นบลูเบอร์รีหรือผลไม้หวานกว้างๆ โดยมีเส้นสว่างและแห้งของฝั่งเฮซลอดอยู่ข้างใต้ ถ้าปลูกและบ่มมาดี สองชั้นนี้จะอ่านได้พร้อมกัน
โครงของช่อยาวและโปร่ง ไม่แน่น สีเขียวอ่อน เกสรสีส้มเยอะ ยางดูเป็นฟิล์มบางสม่ำเสมอมากกว่าจะเป็นเกล็ดหนา น้ำหนักเท่ากันแต่ดูใหญ่กว่าก็เพราะโครงแบบนี้
และในบรรดากลิ่นทั้งหมด ความหวานคือสิ่งที่ระเหยไปก่อน โหลที่วางเปิดครึ่งใบในห้องร้อนสักสัปดาห์จะเหลือกลิ่นหญ้าแห้งกับน้ำตาลจางๆ หลังจากนั้นสิ่งที่หวานคือชื่อเท่านั้น สายพันธุ์นี้จึงคุ้มที่จะเปิดฝาดมให้ละเอียด
เทียบกับอะไรแล้วเห็นเส้น
วางคู่กับ White Widow ความต่างจะโผล่ทันทีในระดับตระกูลกลิ่น ฝั่งหนึ่งคือเบอร์รีและความสว่าง อีกฝั่งคือสนกับพริกไทย พอบอกได้ด้วยคำของตัวเองว่าชอบฝั่งไหน ก็สั่งของหน้าเคาน์เตอร์ที่ไม่คุ้นได้
วางคู่กับ OG Kush ระยะห่างยิ่งกว้าง OG เป็นน้ำมันกับดิน ต่ำและหนัก ส่วน Blue Dream เบา หวาน และอยู่สูงในโพรงจมูก ถ้ามีครบสามอย่างบนชั้นเดียวกัน การดมไล่หนึ่งนาทีสอนได้มากกว่าอ่านสิบนาที
วิธีใช้เหมือนกันทุกหน้า อย่าระบุชื่อ ให้บอกทิศทาง แล้วให้คนหลังเคาน์เตอร์หยิบของที่เข้ามาสัปดาห์นี้ในตระกูลเดียวกัน ได้ผลดีกว่าการยืนยันชื่อ
Blue Dream: คำถามที่พบบ่อย
Blue Dream คือสายพันธุ์แบบไหน
ลูกผสมเอียงซาติวาจากแคลิฟอร์เนียเหนือ สายเลือดที่มักอ้างคือ Blueberry ผสมสายเฮซ
ทำไมเจอชื่อนี้แทบทุกที่
ผลผลิตดี ปลูกง่าย และคนส่วนใหญ่ไม่ปฏิเสธ เป็นคุณสมบัติของตัวตั้งต้น ไม่ใช่เรื่องลำดับชั้น
กลิ่นเป็นอย่างไร
ชั้นบนเป็นบลูเบอร์รีหรือผลไม้หวานกว้างๆ ใต้ลงไปเป็นเส้นสว่างแห้งแบบไม้หอม ถ้าเหลือแต่กลิ่นหญ้าแห้ง แปลว่าความหวานไปแล้ว
ของในไทยเป็นต้นเดียวกับของแคลิฟอร์เนียไหม
ไม่จำเป็น ชื่อนี้ถูกทำซ้ำมากที่สุดชื่อหนึ่ง ถามว่าใครปลูกและปลูกที่ไหนจะได้ข้อมูลที่ใช้ได้กว่า
เหมาะเป็นตัวแรกไหม
เหมาะในแง่ที่มันมีมุมแหลมน้อย จึงใช้ตั้งเป็นจุดอ้างอิงสำหรับวัดของอื่นบนชั้นเดียวกันได้
เช็กของได้ไหม
หน้านี้ไม่มีข้อมูลสต๊อก สอบถามที่เคาน์เตอร์หรือทางข้อความ
ติดต่อ
เบอร์เดียวครบ — มีคนตอบ
- 4.8★ · 104 รีวิว Google · ตรวจสอบเมื่อ 27 สิงหาคม 2569
- ห่างจาก ถนนคนเดินพัทยา (Walking Street) 800 ม. · เดิน 10–13 นาที